มุมมองการศึกษาไทยก้าวไกลสู่ประชาคมอาเซียน(AC) และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

อีเมล พิมพ์ PDF

alt
          นางสาวจุไรรัตน์ แสงบุญนำ  รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  ดร.มงคลชัย สมอุดร  ผอ.เชี่ยวชาญ ระดับสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา  และดร.สุนีย์ จุไรสินธ์ ผอ.กลุ่มบริหารนโยบายการเปิดเสรีการอุดมศึกษา  ร่วมสัมมนามุมมองการศึกษาไทยก้าวไกลสู่ประชาคมอาเซียน (AC) และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AECวันที่ ๑ พฤศจิกายน  ๒๕๕๖  ณ โรงแรมเซนทาราศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ จ. นนทบุรี

          นางสาวจุไรรัตน์ แสงบุญนำ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  กล่าวว่าประชาคมอาเซียนประกอบด้วยเสาหลักคือ ๑. ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community หรือ APSC) ๒. ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC)  ๓. ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community หรือASCC ) การศึกษาได้แทรกอยู่ทั้ง ๓ เสาหลัก ในการผลิตคน สร้างคนเพื่อไปสู่ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข โดยจะต้องรู้จักกฎบัตรอาเซียนซึ่งมีวัตถุประสงค์อ คือ ทำให้อาเซียนเป็นองค์กรที่มีประสิทธิกาพ มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเคารพกฎกติกาในการทำงานมากขึ้น นอกจากนี้ กฎบัตรอาเซียนจะให้สถานะนิติบุคคลแก่อาเซียนเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาล (intergovernmental organization)            

          รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการกล่าวต่อว่าจากผลสำรวจหลายเวที คะแนนของไทยอยู่อันดับท้าย จะทำอย่างไรให้คนไทยมีความรู้ มีศักยภาพในการแข่งขัน การศึกษาจึงเป็นกุญแจสำคัญในการนำไปสู่ความสำเร็จ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายจาตุรนต์ฉายแสงจึงมีการขับเคลื่อนนโยบาย "รวมพลังยกระดับคุณภาพการศึกษา"ด้านการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยการส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศสมาชิกอาเซียน และส่งเสริมให้มีผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เกี่ยวกับประเทศสมาชิกอาเซียนในเชิงลึก ส่งเสริมการเรียนภาษาอังกฤษ ภาษาอาเซียน และภาษาต่างประเทศอื่น ส่งเสริมการเตรียมความพร้อมของผู้เรียนเพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงาน พัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาในภูมิภาค ส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชนและภาคประชาสังคมในภาคการศึกษา นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการยังได้ดำเนินการการสัมมนาผู้บริหารการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มีการการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Under Standing – MOU) ในการดำเนินงานร่วมกันระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการกับกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์  และมีการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับสมาคมอาเซียนในด้านต่างเพื่อเตรียมความพร้อมและการปรับตัวของประชาชน  เช่นการฝึกอบรมบุคลากร การสัมมนาวิชาการ การจัดนิทรรศการ การแข่งขันตอบปัญหาอาเซียน กิจกรรมอาเซียนสัญจร ฯลฯ เพื่อที่จะเรียนรู้เรื่องอาเซียนให้มากขึ้น พัฒนาคนในทักษะภาษาอังกฤษและทักษะอื่นๆ ที่จำเป็น และมีความตระหนักว่าการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนเป็นเรื่องที่ดี  ตระหนักว่าการเป็นประชาคมอาเซียนจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ตระหนักว่าตนเองพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน

          ในส่วนของอาชีวศึกษา ดร.มงคลชัย สมอุดร ผอ.เชี่ยวชาญ ระดับสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา  กล่าวว่า เรายังต้องพัฒนาในเรื่องภาษาอังกฤษ และร่วมมือกับภาคเอกชนในการเตรียมคนให้มีศักยภาพเพื่อแข่งขัน โดยการสอนแบบทวิภาคีคือเรียนในภาคปกติและฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการไม่น้อยกว่า ๓  เดือน นอกจากนี้ยังมีกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งบ่งบอกถึงความสามารถของกำลังคนในการประกอบอาชีพ สามารถมีเงินเดือนเท่ากับผู้ที่เรียนในระบบ เป้าหมายคือผลิตกำลังคนไปสู่ภาคการผลิต  ขณะนี้ในสถาบันอาชีวศึกษามีครูวิชาชีพ วิชาสามัญ ซึ่งเป็นชาวต่างชาติมาสอนมากขึ้นเป็นการติดอาวุธทางปัญญา ให้นักศึกษาเก่งเรื่องฝีมือแรงงานและเข้าใจภาษาต่างประเทศด้วย

         ทางด้าน ดร.สุนีย์ จุไรสินธ์ ผอ.กลุ่มบริหารนโยบายการเปิดเสรีการอุดมศึกษา กล่าวว่า มหาวิทยาลัยในประเทศไทยมี ๑๗๒ แห่ง ทั้งรัฐและเอกชน ตลอดจนวิทยาลัยชุมชน การศึกษาเป็นการค้าบริการ พัฒนาสมรรถนะของบุคลากร ส่งเสริมความตระหนักในความเป็นอาเซียน  ต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงการศึกษาทุกระดับ อย่างมีคุณภาพมาตรฐาน และมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต

 

อุษา/สรุป
กิตติกร/ภาพ
กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป.
 

 

อ่านต่อ .........